5 ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยเมื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

“ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง” คุณคงเคยได้ยินหรือได้รับคำเตือนจากคนรอบข้างกับคำๆ นี้กันมาอย่างแน่นอนครับ ซึ่งการลงทุนมักจะเป็นเป้าหมายของใครหลายคนที่กำลังมองหาแนวทางการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากที่เป็นอยู่นั้นเองครับ บทความนี้จะขอพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “5 ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยเมื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” ที่คุณจะต้องเตรียมตัวรับมือกันครับ

5 ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นบ่อยเมื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

●ขาดการวางแผนที่ดี นักลงทุนหลายคนขาดการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการเขียนกระแสเงินสดเพื่อศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นว่า หากเริ่มลงทุนแล้ว เงินสดรับที่เข้ามาจะเพียงพอต่อเงินสดจ่ายหรือไม่ กระแสเงินสดเป็นบวกหรือเป็นลบ ในกรณีซื้ออสังหาฯเพื่อปล่อยเช่า ต้องคำนึงว่าค่าเช่าที่ได้มาจะสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายรายเดือนได้หรือไม่?

●ประมาณการณ์ผิด แม้จะมีการวางแผนหรือคิดออกมาเป็นกระแสเงินสดแล้ว แต่หากตัวเลขที่ใส่ลงไปไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง อาจทำให้ผิดพลาดจากที่คาดการณ์ไว้ เช่น ประเมินค่าเช่าสูงเกินไปหรือไม่ได้คิดเผื่อในช่วงที่ไม่มีคนเช่า เมื่ออยู่ในสถานการณ์จริงทำให้ผลตอบแทนที่ได้ไม่เกิดขึ้นจริงตามที่ประมาณการณ์ไว้ หรือที่แย่ที่สุดคือกระแสเงินสดติดลบนั่นเอง

●ต้นทุนแทรกแซง ต้นทุนหลักๆที่ทุกคนใช้ในการพิจารณาอาจมีเพียงไม่กี่อย่าง เช่น เงินที่ซื้อบ้าน, ค่าซ่อมแซม, ค่าเฟอร์นิเจอร์ และดอกเบี้ยธนาคาร แต่อย่าลืมว่า ทุกๆขั้นตอนของการซื้อบ้าน มักมีค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆเพิ่มเติมขึ้นมาอีกมากมาย เช่น ค่าธรรมเนียม, ค่าบริการต่างๆ, ค่านายหน้า, ค่าฝากขาย-ฝากเช่าดังนั้นอย่าลืมที่จะคิดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ลงไปทุกครั้ง

●หวังผลในระยะสั้น เป็นเรื่องปกติสำหรับนักลงทุนที่อยากเห็นกำไรงอกเงยในเร็ววัน แต่ไม่ใช่กับอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ คุณต้องใจเย็น เพราะเป็นการลงทุนในระยะยาว ไม่มีที่ดินแปลงไหนหรือบ้านหลังไหนราคาขึ้นภายในเดือนสองเดือน อย่างน้อยๆก็ต้องรอไป 3 ปี ถึงจะเห็นได้ชัดว่าราคาของทรัพย์ขยับขึ้นไปบ้างแล้ว บางคนถึงกับถอดใจไปก่อนเนื่องจากอดใจรอไม่ไหว ยอมขายเท่าทุนหรือขาดทุน ทำให้เสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

●คิดว่าการลงทุนในอสังหาฯ “ความเสี่ยงต่ำ” ความเสี่ยงย่อมเกิดขึ้นกับการลงทุนทุกชนิด โดยเฉพาะกับการลงทุนในอสังหาฯ ที่ความเสี่ยงจะ “สูงเป็นพิเศษ” เมื่อเลือกผิด เช่น ความเสี่ยงจากการหาผู้เช่าไม่ได้, ความเสี่ยงจากตัวโครงการ, ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่กระทบกับราคา

3 สิ่งที่ควรรู้ก่อนทำการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

●สถานะทางการเงินของผู้ลงทุน เงินทุนคือปัจจัยสำคัญของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีทั้งการใช้เงินทุนสูงและเงินทุนต่ำ สถานะและสภาพคล่องทางการเงินของผู้ลงทุนจึงส่งผลต่อการวางแผนการลงทุนด้วย

เป้าหมายในการลงทุน เป็นอะไรที่เราควรวาแผนให้เหมาะสมที่สุด ต้องดูตนเองว่าต้องการลงทุนแบบไหน ทำไปเพื่ออะไรได้บ้าง

●ระยะเวลาในการลงทุน เป็นอีกสิ่งถึงที่เราจะต้องคำนึงถึงเพื่อที่จะได้วางแผนทางการเงินได้อย่างทันท่วงทีครับ ซึ่งสามารถวางแผน

ผลตอบแทนระยะสั้น ถ้าผู้ลงทุนต้องการรับผลตอบแทนอย่างรวดเร็ว ก็ต้องใช้วิธีซื้อมาขายไปเพื่อเก็งกำไร โดยทำได้จากการจองคอนโดและขายใบจองตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จ หากคอนโดที่จองไว้เป็นที่ต้องการมากในตลาด ผลตอบแทนก็จะงดงาม แต่ถ้าบังเอิญว่าไม่ ผู้ลงทุนก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่อาจจะนำไปสู่การขาดทุนได้

ผลตอบแทนระยะยาว ถ้าผู้ลงทุนไม่รีบร้อน ก็ให้ซื้ออสังหาริมทรัพย์เก็บไว้และรอวันที่ราคาปรับขึ้นจนเป็นที่น่าพอใจแล้วค่อยขาย แม้จะใช้เวลารอนานหลายปี แต่ในระหว่างรอก็สามารถเก็บเกี่ยวผลตอบแทนอย่างต่อเนื่องจากค่าเช่าได้ หากมีผู้สนใจเช่าอสังหาริมทรัพย์ของผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความนี เราหวังว่าทุกๆ ท่านจะสามารถนำไปใช้กันนะครับ