วิธีเลือกทำเลเพื่อรองรับการเติบโตของอสังหา

การเติบโตของอสังหาริมทรัพย์นั้น นอกจากจะขึ้นอยู่กับช่วงเศรษฐกิจนะเวลานั้นๆ แล้ว  ทำเลที่ตั้งของอสังหา ดังกล่าวยังเป็นปัจจัยหลักของการประเมินมูลค่าอีกด้วย เรียกได้ว่า “ทำเลดี…มีชัยไปกว่าครึ่ง” นั้นเองครับ บทความนี้จะขอพาทุกๆ ท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “วิธีเลือกทำเลเพื่อรองรับการเติบโตของอสังหา” กัน จะต้องดูอะไรบ้างนั้น เราไปชมกันเล้ยย

ทำความเข้าใจกับปัจจัยที่มีผลต่อราคาที่ดิน

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาอสังหาอย่างที่ดินนั้น มีหลายด้าน ซึ่งสามารถยกตัวอย่างได้ดังต่อไปนี้

ลักษณะของที่ดิน ถึงแม้ว่าขนาดที่ดินจะเท่ากัน อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน แต่ลักษณะรูปร่างหรือทางธรณีวิทยาแตกตากกัน ก็ส่งผลต่อราคาเป็นอย่างมา เช่น ที่ดินที่มีพื้นที่ติดถนนๆไม่เท่ากันแม้จะอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ก็มีผลต่อราคาที่ประเมิน

เนื้อที่ของที่ดิน ที่ดินที่มีพื้นที่ใกล้กันก็จริง แต่ที่ดินพื้นน้อยย่อมอาจมีราคาต่อหน่วยที่ไม่เท่ากัน นั้นก็คือที่ดินเนื้อที่ไม่มากย่อมมีราคาประเมินที่สูงกว่า เพราะว่าที่ดินเนื้อที่มากต้องประเมิน ราคาเฉลี่ย และต้องคำานึงถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนมือด้วย ดังนั้นที่ดินที่มีจำนวนเนื้อที่น้อยย่อมขายได้ง่าย คล่องตัวกว่าที่ดินที่มีจำนวนเนื้อที่มาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะจำเนินเงินที่ใช้ซื้ออาจจะใช้ไม่สูงเท่าแปลงใหญ่ๆ

การปรับปรุงที่ดิน แน่นอนที่ดินที่ได้รับการปรับปรุงย่อมจะมีราคาที่สูงกว่าที่ดินที่รกร้าง เพราะได้ทั้งทัศนียภาพ และง่ายต่อการดำเนินการต่อผู้ซื้อ

การคมนาคม แสดงให้เห็นถึงความสะดวกสบายและอนาคตที่ความเจริญก้าวหน้าจะเข้าถึงได้ โดยราคาที่ดินติดถนนใหญ่ย่อมมีราคาที่สูงกว่า ทั้งนี้ พิจารณาถึงสภาพถนนหนทางด้วยว่า เป็นถนนคอนกรีต ลาดยาง หรือลูกรัง เพราะก็มีผลต่อราคาด้วย และเราเชื่อว่าการคมนาคมนี้แหละ เป็นหนึ่งในปัจจัยต้นๆที่คุณผู้อ่านจะให้ความสนใจที่ดินซักที่หนึ่ง

สิ่งแวดล้อม ที่ดินที่อยู่ในย่านการค้า ย่านที่อยู่อาศัย ย่านโรงงานอุตสาหกรรม ย่อมมีราคาสูงกว่าที่ดินที่อยู่ในแหล่งเสื่อมโทรม ถ้าเป็นแหล่งที่ท าเกษตร ต้องพิจารณาว่าการชลประทานเข้าถึงหรือไม่ หรือหมู่บ้านจัดสรร ที่มีการสาธารณูปโภคครบถ้วน จะมีผู้เข้าอาศัยหนาแน่น

ทำเลที่ตั้ง ในจุดนี้เป็นที่แน่ชัดว่าทำเลที่ตั้งและความนิยมชมชอบในที่ดินย่านนั้นมีผลต่อราคาสูงมาก กล่าวคือ ยิ่งพื้นที่มีการแข่งขันทางธุรกิจมากเท่าไหร่ ราคาที่ดินก็ยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น

ประโยชน์ของที่ดินที่สามารถใช้ได้ ที่ดินแต่ละแปลงสามารถใช้ประโยชน์ได้มากน้อยไม่เหมือนกัน แปลผันสอดคล้องไปกับ ลักษณ์ที่ดิน ทะเลที่ตั้ง และสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้นพื้นที่แต่ละแปลงจึงมีราคา สูง-ต่ำ ที่แตกต่างตามการใช้งานกันไป

●ภาระติดพันของที่ดิน ที่ดินที่มีภาระติดพัน เป็นการรอนสิทธิของเจ้าของที่ดิน ที่ทำให้เจ้าของที่ดินไม่อาจใช้ประโยชน์ในที่ดินเต็มที่ จึงมีราคาต่ำกว่าที่ดินที่ไม่มีภาระติดพัน ตัวอย่างภาระติดพันของที่ดิน เช่น ที่ดินติดภาระการเช่า เป็นต้น

ทำเลดี..ชัยไปกว่าครึ่งกับ 2 ทำเลทองรองรับการเติบโตของอสังหา

●ทำเลติดหรือใกล้รถไฟฟ้า

ถือเป็นทำเลทองที่สุดยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้ เพราะรถไฟฟ้าคือระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่รวดเร็วและสะดวกสบายที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งแม้บางคนจะรู้สึกว่าการขับรถตอบโจทย์มากกว่า แต่ถ้าต้องมาเจอปัญหารถติดทุกวัน การได้นั่งรถไฟฟ้า ก็สามารถช่วยประหยัดเวลาและทำให้ชีวิตราบรื่นลงตัวได้ง่ายกว่า ทำเลติดถนนใหญ่ ถนนหลัก เส้นทางด่วนสำคัญ

●ทำเลใกล้แหล่งงานและสถานศึกษา

การเลือกทำเลที่ดินหรือซื้ออสังหา ใกล้กับสถานศึกษาจะสามารถปล่อยเช่าได้ง่ายและมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะจะมีการเติบโตของบ้านเรือนและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องนั้นเองครับ

และนี้คือข้อมูลเกี่ยวกับ “วิธีเลือกทำเลเพื่อรองรับการเติบโตของอสังหา” ที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความนี้ครับ เราหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุๆ ท่านกันนะครับ